สถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี l โซล l เกาหลีใต้ l Everland l สวนสนุกเกาหลี

Everland

ย่อหน้า หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆ ในประเทศเกาหลีใต้ คงต้องมีชื่อของ “เอเวอร์แลนด์” ติดอยู่ในนั้นอย่างแน่นอน เพราะที่นี่คือสวนสนุกที่กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ แต่เดี๋ยวก่อน ! ขอบอกว่าไม่ได้มีดีแค่ความใหญ่อย่างเดียวนะคะ แถมถูกจัดให้เป็น 1 ใน 4 ของสวนสนุกยอดนิยมของโลกไปอีก เพราะเป็นทั้งสวนสนุก สวนน้ำ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนดอกไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย เอาง่ายๆ คือมีทุกอย่างรวมอยู่ในนี้หมดจ้า เหมาะสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอารมณ์ ทุกช่วงชีวิต ไม่ว่าจะทุกข์หรือจะสุข เอาหล่ะ ! โม้มาเยอะแล้ว คงอยากรู้กันละว่าในดินแดนแห่งนี้มีอะไรอยู่บ้าง มันขนาดนั้นเลยหรอ ?

ย่อหน้า วันนี้จะขออาสาพาทุกคนเข้าไปสัมผัสกับดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้เอง แต่อยากให้เพื่อนๆ ได้รู้ถึงที่มาของที่นี่ก่อน จะขอเล่าแบบสั้นๆ และเข้าใจได้ง่ายๆ เลย เรื่องมันมีอยู่ว่า เจ้าของบริษัทซัมซุงเค้ามีลูกชายอยู่ 3 คนและเมื่อลูกชายคนโตมีหลานชายคนแรกให้ คุณปู่เค้าก็เลยอยากสร้างสวนสนุกให้เป็นของขวัญ จึงซื้อภูเขา 1 ลูก เพื่อใช้สร้างสวนสนุกแห่งนี้ เพื่อให้มันตั้งอยู่กลางหุบเขาเลย และก็ได้รับการขนานนามว่า “ดิสนีย์แลนด์เกาหลี” และด้วยความกว้างใหญ่นี้ เค้าจึงแบ่งออกเป็น 5 โซน ไปดูแต่ละโซนกันเลย


โซนที่ 1 Global Fair

เมื่อเราผ่านประตูทางเข้ามาแล้ว ก็จะได้สัมผัสกับโซนนี้เป็นโซนแรกแนะนำให้หยิบแผนที่มาด้วย มีให้เลือกหลายภาษาเลย ภาษาไทยก็มีนะคะ ซึ่งในแผนที่จะมีหมายเลขของแต่ละจุดประกอบด้วยเพื่อความสะดวกต่อการเดินทาง มาพูดถึงโซน Global Fair ส่วนใหญ่ในโซนนี้จะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของสินค้าที่ระลึก แล้วก็จะเน้นไปทางสถานที่อำนวยความสะดวก เช่น ประชาสัมพันธ์ ศูนย์บริการลูกค้า ห้องปรึกษา ,ประกาศคนหาย, ธนาคาร ,ห้องพยาบาล เป็นต้น

จุดเด่นของโซน :

Magic Tree (หมายเลข 7) เป็นต้นไม้ยักษ์ที่สูงถึง 13 เมตร คือตกแต่งอย่างสวยงามเลย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของที่นี่เลย คือสายเกานี่คือเห็นแค่รูปต้นไม้ต้นนี้ก็จะรู้เลยว่าที่นี่คือ เอเวอร์แลนด์ ส่วนช่วงไหนที่มีเทศกาลพิเศษเช่น ช่วงฮาโลวีน (Halloween) ก็จะถูกตกแต่งด้วยฟักทอง และไม่ใช่แค่ต้นไม่ยักษ์ต้นนี้นะคะ คือทั้งสวนเลยค่ะ จะมีแต่ฟักทองเต็มไปหมด

จุดอำนวยความสะดวก :

กระเช้าลอยฟ้าชื่อ Human Sky นั่งได้ 2 คน จากโซน Global Fair ไปที่โซน Zoo Topia

หากชื่นชอบโซนนี้เป็นพิเศษสามารถคลิกเข้าไปดูบทความเฉพาะโซนได้ Global Fair โดยคลิกที่นี่


โซนที่ 2 Zoo Topia

โซนนี้โดยส่วนใหญ่จะเป็นการเดินชมที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์ ซึ่งขอบอกเลยว่าเป็นสถานที่เดียวในเกาหลีที่เราจะได้เห็นทั้งสัตว์น้อย สัตว์ใหญ่และสัตว์หายากหลากหลายชนิดมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ และเรียนรู้ถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน แถมยังมีข้อมูลประวัติความเป็นมาให้ได้อ่านกันอีกด้วย เมื่อเดินชมจนหนำใจแล้วเริ่มเหนื่อยเมื่อยล้าก็สามารถมานั่งพักดูการแสดงน่ารักๆ ของเหล่าน้อง ๆ ได้ ทั้งสิงโตทะเลและเหล่าพวกนก เหยี่ยว อินทรีและนกยูง ที่จะมาโชว์ความสามารถและสร้างความสนุกสนานให้เราหายเหนื่อยกันไปเลย

จุดเด่นของโซน :

  • Safari World นั่งรถบัสมีกระจกกั้นชมเหล่าสัตว์ทั้งหลาย สิงโต เสือ หมี
  • Amazon Express ตะลุยสายน้ำอันไหลเชี่ยว สัมผัสป่าทึบ
  • Lost Valley นั่งรถสะเทินน้ำสะเทินบก ดูที่อยู่อาศัยของสัตว์
    ทั้ง 3 จุดนี้ถือเป็นจุดที่มีปริมาณคนต่อคิวเยอะมากบางครั้งต้องยืนรอกันนานพอสมควร เพราะเป็นการชมสัตว์อีกรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ตื่นเต้นและสนุกขึ้นกว่าเดิม

จุดอำนวยความสะดวก :

กระเช้าลอยฟ้าชื่อ Human Sky นั่งได้ 2 คน จากโซน Zoo Topia กลับไปที่โซน Global Fair

หากชื่นชอบโซนนี้เป็นพิเศษสามารถคลิกเข้าไปดูบทความเฉพาะโซนได้ Zoo Topia โดยคลิกที่นี่


โซนที่ 3 European Adventure

โซนนี้สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบเมืองในยุโรปที่เต็มไปด้วยดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมตลอดทั้งปี สิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่ก็จะเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์เนเธอร์แลนด์ และชื่อก็บอกอยู่ว่า Adventure ดังนั้นโซนนี้ก็จะเหมาะสำหรับคนที่ชอบผจญภัยแบบตื่นเต้นและท้าทาย เพราะเครื่องเล่นส่วนใหญ่ไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กเลย จะเป็นแบบหวาดเสียวเกือบทั้งหมด มีการผจญภัยทั้งกลางแจ้งและในร่ม ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็สามารถสร้างความหวาดเสียวได้เหมือนกัน

หากต้องการฉีกอารมณ์จากการตื่นเต้นมา เพื่อเติมความหวานให้กับชีวิต ตรงบริเวณ Four Seasons Garden มีสวนดอกไม้หลากหลายชนิดให้เดินชมได้เต็มที่ และถ้าขี้เกียจเดินก็มีรถไฟวิ่งอยู่ทุ่งดอกไม้เหมือนในนิยายเลย (โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)

จุดเด่นของโซน :       

  • T Express นั่งรถไฟเหาะบนรางไม้ วิ่งด้วยความเร็วสูง
  • Festival Train นั่งรถไฟชมสวนดอกไม้
  • Space tour (Monster Family 4D) ดู 4D ทัวร์อวกาศ วิ่งฝ่าอสูรร้ายไปกับครอบครัว
  • Shooting Ghost ผจญภัยเขาวงกตสยองขวัญ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
  • Rotating House โลกตีลังกากลับหัว กลับหาง

เครื่องเล่นส่วนใหญ่ในโซนนี้ถือเป็นจุดที่มีปริมาณคนต่อคิวเยอะมาก บางจุดใช้เวลานานเป็นชั่วโมงเลย โดยเฉพาะ T Express ที่เป็นหนึ่งในเครื่องเล่นที่เป็นจุดขายของเอเวอร์แลนด์เลย ดังนั้นจึงมีคนต้องการมาพิสูจน์ความกล้ากันอย่างคับคลั่ง

จุดอำนวยความสะดวก :

กระเช้าลอยฟ้าชื่อ Sky Way นั่งได้ไม่เกิน 2 คน โดยนั่งจากโซน European Adventure ไปลงที่โซน American Adventure ได้

หากชื่นชอบโซนนี้เป็นพิเศษสามารถคลิกเข้าไปดูบทความเฉพาะโซนได้ European Adventure โดยคลิกที่นี่


โซนที่ 4 Magic Land

มาถึงโซนที่ 4 กันแล้ว ใกล้จะครบแล้วค่ะ โซนนี้เป็นโซนในฝันของน้องๆ หนูๆ เป็นเหมือนดินแดนแห่งเทพนิยายแฟนตาซี ซึ่งตกแต่งไว้อย่างสวยงามราวกับเมืองในฝัน ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยไปเป็นเด็กอีกครั้ง โซนนี้เครื่องเล่นส่วนใหญ่ จะเหมาะสำหรับเด็กเล็ก เป็นเครื่องเล่นเบาๆ ไม่อันตรายมาก และมีให้เลือกหลากหลาย เช่น ม้าหมุน ก็จะไม่ได้มีแค่ม้าที่หมุนแต่มีให้เลือกทั้ง ดอกบัว มังกร เครื่องบิน ก็หมุนหรือเคลื่อนไหวไปมาได้เหมือนกัน

จุดเด่นของโซน :

  • Thunder Falls น้ำตกสายฟ้าการผจญภัยล่องแก่งที่คุณสามารถเล่นได้อย่างสนุกสนาน
  • Play Yard สนามเด็กเล่นสำหรับเด็กๆ
  • Bumper Car สนุกไปให้เต็มที่กับการขับรถบัมพ์สุดน่ารัก
  • Aesop’s House & Fable Garden สัมผัสกับนิทานอีสปในบรรยากาศที่เหมือนจริง

เครื่องเล่นส่วนใหญ่เหมาะสำหรับเด็กเล็กก็จริง แต่บางจุดจะมีการกำหนดอายุไม่เหมือนกัน บางจุดสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบ บางจุดสำหรับเด็กอายุ 3-5 ขวบ เป็นต้น ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลก่อน

จุดอำนวยความสะดวก :

กระเช้าลอยฟ้าชื่อ Sky Cruise นั่งได้ไม่เกิน 8 คน โดยนั่งจากโซน Magic Land ไปลงที่โซน American Adventureได้

หากชื่นชอบโซนนี้เป็นพิเศษสามารถคลิกเข้าไปดูบทความเฉพาะโซนได้ Magic Land โดยคลิกที่นี่


โซนที่ 5 American Adventure

ภาพจาก http://news.samsungcnt.com/everlands-best-rides-roar-back-action/

มาถึงโซนสุดท้ายกันแล้วนะคะ โซนนี้จะเป็นการจำลองประเทศสหรัฐอเมริกา โดยย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อ 500 ปีก่อน สมัยโคลัมบัสค้นพบประเทศอเมริกาใหม่ๆ เรื่อยมาจนกระทั้งยุคเฟื่องฟูของดนตรีร็อคแอนด์โรล ของ เอลวิส เพรสลีย์ ซึ่งทั้งโซนจะมีดนตรีประกอบเป็นจังหวะสนุกสนานเร้าใจเหมาะกับวัยรุ่นและผู้ใหญ่

จุดเด่นของโซน :

  • Hurricane การหมุนไม่หยุดบนความสูง 19 เมตร
  • Rolling X-Train รถไฟเหาะทั่วไป หมุนตีลังกากลับหัว 360 องศา
  • Columbus Adventures เป็นเรือไวกิ้ง ที่เเล่นอยู่บนความสูง 33 เมตร ที่ 75 องศา

เครื่องเล่นโซนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแบบผาดโผน เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ มีเครื่องเล่นที่เป็นไฮไลท์อยู่หลายจุดเลย ส่วนใหญ่ก็จะใช้เวลาต่อคิวนานมาก หากจะเล่นให้ครบอาจจะต้องวางแผนการเดินทางให้ดี

จุดอำนวยความสะดวก :

กระเช้าลอยฟ้า Sky Way นั่งได้ไม่เกิน 2 คน นั่งจากโซน American Adventure ไปลงที่โซน European Adventure ได้
กระเช้าลอยฟ้า Sky Cruise นั่งได้ไม่เกิน 8 คน นั่งจากโซน American Adventure ไปลงที่โซน Magic Land ได้

หากชื่นชอบโซนนี้เป็นพิเศษสามารถคลิกเข้าไปดูบทความเฉพาะโซนได้ American Adventure โดยคลิกที่นี่


แผนที่และเส้นทางภายในสวนสนุก :

ภาพจาก https://www.everland.com/web/multi/english/everland/everland_guide/map/GuideMap.html

แผนที่เส้นทางภายในสวนสนุกมีแจกฟรีให้ตรงทางเข้าสวนสนุก มีให้เลือกหลายภาษารวมทั้งภาษาไทยด้วย หากใครต้องการศึกษารายละเอียดเครื่องเล่นหรือจุดที่น่าสนใจต่างๆ สามารถดาวน์โหลดแผนที่ได้ที่นี่ (จะมีอัพเดตใหม่เรื่อยๆ)
https://www.everland.com/web/multi/english/everland/everland_guide/map/GuideMap.html
เนื่องจากบางจุดต้องต่อคิวนานมากอบางจุดบางกินเวลาเป็นชั่วโมงเพื่อรอ หากต้องการเที่ยวให้ได้หลายจุดตามที่ตั้งใจ แนะนำให้โหลดแผนที่แล้ววางแผนว่าสนใจจุดไหน แล้วค่อยวางแผนต่อว่าจะไปไหนก่อนเพื่อประหยัดเวลา เพราะในสวนกว้างมากหากไม่วางแผนให้ดีอาจจะเดินไปเดินมาจนเหนื่อยได้


เวลาทำการ :

10:00 – 22:00 (เวลาโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละฤดู)

อัตราค่าเข้าชม :

ตั๋วแบบเต็มวัน (สามารถอยู่ได้ตั้งแต่เวลาเปิด จนถึงเวลาปิด)
ผู้ใหญ่ : 56,000 WON
เด็ก : 44,000 WON

ตั๋วกลางคืน (เข้าได้ตั้งแต่ 16:00 เป็นต้นไป)
ผู้ใหญ่ : 46,000 WON
เด็ก : 37,000 WON

ตรวจสอบค่าเข้าชมได้ที่นี่
https://www.everland.com/web/multi/english/everland/everland_guide/ticket/Tickets_and_Coupons.html

แนะนำให้ซื้อที่ประเทศเราไปเลย สามารถซื้อได้จากเว็บ https://www.klook.com/th/ เพราะราคาถูกกว่า สามารถจองล่วงหน้าได้ แค่แสดง Code ตรงทางเข้าสะดวกสบายกว่าการไปซื้อด้านหน้าสวนสนุกมากเลยค่ะ

การเดินทาง :

Subway สถานี Jeondae-Everland ทางออก 3

หากเพื่อน ๆ ที่เดินทางไปเที่ยวกันเอง ขอแนะนำเป็น SubWay เคยลองแล้วไม่ยากเลย แต่จะอาจจะเหนื่อยในการเปลี่ยนสายหลายครั้งหน่อย แต่ข้อดีคือได้เที่ยวแต่ละสถานีด้วย บรรยากาศของแต่ละสถานีก็จะแตกต่างกันไป บางสายวิ่งผ่านวิวสวยๆ ด้วย


ขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์เลยนะคะ เราพักอยู่แถวฮงแด สถานีฮงอิก (Hongik)
ก็เริ่มจากสถานี Hongik Univ. นั่งไปลงที่ Dangsan ใช้เวลา 5 นาที
เปลี่ยนสาย โดยนั่งจาก Dangsan นั่งไปลงที่ Express Bus Terminal ใช้เวลา 15 นาที
เปลี่ยนสาย โดยนั่งจาก Express Bus Terminal นั่งไปลงที่ Yangjae ใช้เวลา 7 นาที
เปลี่ยนสาย โดยนั่งจาก Yangjae นั่งไปลงที่ Migeum ใช้เวลา 17 นาที
เปลี่ยนสาย โดยนั่งจาก Migeum นั่งไปลงที่ Giheung ใช้เวลา 16 นาที
เมื่อถึงสถานี Giheung แล้วเดินให้ไปยังทางออกที่ 3 เพื่อไปยังสถานีรถไฟ LRT เพื่อนั่งสาย Yongin Ever Line
โดยนั่งจาก Giheung นั่งไปลงที่ Jeondae-Everland ใช้เวลา 27 นาที
เมื่อถึงสถานี Jeondae-Everland ให้เดินไปที่ทางออก 3
เมื่อถึงทางออกสังเกตุด้านขวามือ จะมีรถ Shuttle Bus เป็นรถบัสของสวนสนุก (ฟรี) จอดรออยู่
ใช้เวลานั่งรถบัสอีก 10 นาที รถจะพาเราไปยังส่งยังหน้าสวนสนุก
ใช้เวลาเดินทางโดยรวมทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะเพิ่มเวลาในการเปลี่ยนสายด้วย


Credit :
https://www.everland.com/web/multi/english/everland/main.html


สามารถคลิกเพื่อดูสถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี อื่นๆ
และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *